ข้อแนะนำสำหรับการตรวจสอบแอร์วิธีง่ายๆ แต่ได้ผลด้วยตัวท่านเอง
ในช่วงฤดูร้อน ปันหาที่มารบกวนใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างของอาคารต่างๆ
มากที่สุดคือ การได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า
แอร์ไม่เย็น "ฮัลโหล
ฝ่ายช่างไช่ไหมครับ ตอนนี้แอร์ไม่เย็นเลย ห้องทำงานประธานฯ
ร้อนจะตายอยู่แล้ว ช่วยมาดูขึ้นมาดูเดี๋ยวนี้ได้ไหม"
เสียงตามสายแจ้ง
แอร์ไม่เย็นมักจะมีอารมณ์ไม่เย็นแฝงมาด้วย
เพราะอากาศรอบๆตัวก็ไม่เย็น แถมยังโดนเจ้านายอารมณ์เสียใส่
อีกต่างหาก เมื่อได้รับแจ้ง
แอร์ไม่เย็น สิ่งที่ช่างเกีอบทุกคนต้องดู
เป็นสิ่งแรกคือเทอร์โมสตาตตั้งไว้ถูกต้องหรือไม่ ถ้าตั้งสูงเกินไป
ก็ปรับลดลงมา ก็เป็นอันหมดปัญหา แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่โชคดีขนาดนั้น
เพราะเทอร์โมสตาต มักถูกจะตั้้งไว้อยู่้ที่ 22-23 องศาเซลเซียส
(หรือต่ำกว่า) แต่อุณหภูมิในห้องยังสูง 29-30 องศาเซลเซียสอยู่
มาถึงตอนนี้ช่างเกีอบทั้งร้อยก็จะตั้งเทอร์โมสตาตต่ำลงไปอีก
บางที่ก็บิดกันจนสุด โดยมีความหวังเล็กๆน้อยๆว่ามันจะช่วยให้เย็น
ขึ้นบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ช่วยอะไร เพราะถ้า
เครื่องปรับอากาศ
ปกติดีอยู่ ก็จะต้องทำความเย็นตามที่ตั้งไว้เดิมได้อยู่แล้ว ไม่ต้องมาตั้งกัน
ลงไปอีก ถ้าท่านเคยพบปัญหาลักษณะนี้ บทความนี้อาจช่วยท่านได้ในการ
ในการตรวจสอบไปที่ละขั้นตอน เพื่อให้รู้แน่ว่าปัญหา
แอร์ไม่เย็น เกิดจาก
อะไรกันแน่ แล้วจะแก้ไขถูกจุด เหมือนกับเกาได้ถูกที่คัน
เมื่อพบปัญหา
แอร์ไม่เย็นให้เริ่มตรวจสอบตามหัวข้อดังนี้
ตรวจสอบอุณหภูมิลมจ่าย
การตรวจสอบอุณหภูมิลมจ่ายทำได้โดยใช้เทอร์โมมิเตอร์
ถ้าจะให้ดีควรเป็นแบบดิจิตอล ซึ่งจะวัดได้แม่นยำและรวดเร็วกว่า
วิธีการวัดควรจะวัดให้ใกล้กับหน้ากากจ่ายลมเย็นให้มากที่สุด ถ้าจะให้ดีควรยืน
เข้าไปวัดในหน้ากากจ่ายลมเลย แต่ต้องระวังไม่ให้หัววัดสัมผัสกับหน้ากาก
การตรวจสอบ
1.ถ้าวัดได้ 10-15 ํC ถือว่าปกติ
2.ถ้าวัดได้สูงกว่า 15 ํC ถือว่าสูงกว่าปกติ ให้ตรวจสอบดังนี้
การตรวจสอบทั่วไป
- ตรวจสอบว่ามี flesh airm เข้ามากเกินไปหรือไม่
- ตรวจสอบว่าท่อลมกลับรั่ว และดูดลมร้อนเข้ามาหรือไม่
- ตรวจสอบว่าในช่องฝ้า หรือในจั่วมีรอยรั่วให้ลมร้อนเข้ามาหรือไม่
ในกรณีที่ดุดลมกลับเหนือฝ้า
แอร์แบบ Spilt type
- ตรวจสอบว่าน้ำยาหมดหรือไม่
- ตรวจสอบว่าคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนสกปรกหรือไม่
- ตรวจสอบว่ามีสิ่งกีดขวางทางระบายลมร้อนหรือไม่
- ตรวจสอบว่าลมร้อนถูกดูดย้อนกลับหรือไม่
แอร์แบบน้ำเย็น
-ตรวจสอบอัตราไหลของน้ำเย็นว่าตรงตามข้อกำหนดหรือไม่
(ปกติจะต้อง 24 gmp/ตัน)
- ตรวจสอบว่าอุณหภูมิน้ำเข้าเครื่องว่าสูงกว่าข้อกำหนดหรือไม่
(ปกติจะมีค่า 45 ํF)
- ตราจสอบว่าคอยล์สกปรกหรือไม่
หากตรวจสอบตามรายการด้านบนแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ
ก็อาจเป็นไปได้ว่าเครื่องปรับอากาศมีขนาดทำความเย็นไม่เพียงพอ
หรือเครื่องมีขนาดเล็กเกินไปนั้นเอง ทั้งนี้ขอให้ตรวจสอบ
ปริมาณลมจ่ายในข้อถัดไป และแก้ไขให้มีลมจ่ายมาขึ้น
ก็อาจจะทำให้ห้องเย็นขึ้นได้ หากเครื่อง
แอร์มีขนาดเล็กเกินไปไม่มากนัก
ตรวจสอบปริมาณลมจ่ายของ
แอร์
การวัดปริมาณลมจ่ายทำโดยวัดความเร็วลม แล้วนำไปคูณกับพื้นที่
ของหน้ากากจ่ายลมของ
แอร์ เครื่องวัดความเร็วลมมีหลายแบบ
แต่ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องแบบใบพัด ซึ่งมีความแม่นยำและราคาไม่แพง
สำหรับหน้ากากลมขนาดใหญ่ ควรวัดความเร็วลมหลายๆจุด
แล้วนำค่ามาเฉลี่ยกัน สำหรับหัวจ่ายลมติดเพดาน จะสะดวกกว่า
ถ้าทำกรวยไปครอบแล้วต่อคอลงมาถึงระดับที่วัดได้ง่าย
การตรวจสอบ
ตรวจสอบปริมาณลมว่าน้อยกว่าที่กำหนดหรือไม่ ถ้าไม่มีแบบ
หรือข้อกำหนดให้พิจารณาดังนี้
1. ห้องทั่วไป ควรมีปริมาณลมจ่าย 15-30 cfm/ตารางเมตร
2. ห้องติดริมกระจก ควรมีปริมาณการจ่ายลม 30-40 cfm/ตารางเมตร
เมื่อพบว่าปริมาณลมจ่ายน้อยเกินไปให้ตรวบสอบดังนี้
- ตรวจสอบว่าแผงกรองอากาศของแอร์อุดตันหรือไม่
- ตรวจสอบว่าความเร็วรอบของพัดลมต่ำกว่ากำหนดหรือไม่
หรือตรวจสอบว่าสายพานสลิปหรือไม่
- ตรวจสอบว่าลมไปออกห้องอื่นๆมากเกินหรือไม่
- ตรวจสอบว่ามีท่อลมรั่วตามตะเข็บรอยต่อหรือไม่หรือไม่
- ตรวจสอบว่าท่อลมอ่อนฉีกขาดหรือไม่
- ตรวจสอบว่ามีลมรั่วที่รอยต่อระหว่างคอหัวจ่ายกับท่อลมหรือไม่
โดยทั่วไปแล้วปัญหาแอร์ไม่เย็นมากกว่า 90% จะเกิดจากปัญหา
อุณหภูมิลมจ่ายสูงเกิน หรือปริมาณลมจ่ายน้อยเกินไป
หรือเกิดจากทั้งสองอย่างพร้อมกัน
ดังนั้น เมื่อตรวจสอบตามรายการข้างต้นแล้วก็น่าจะพบสาเหตุ
ของปัญหา และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องต่อไป
ที่มา: บทความโดย คุณธีระชัย แสงกระจ่าง
วารสารสมาคมผู้ค้า
เครื่องปรับอากาศไทย ฉบับที่ 14